<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวสารรัฐบาล 20 กระทรวง]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/index/id/2978</link>
<atom:link href="https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/index/id/2978" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ครม. อนุมัติรถไฟทางคู่สายใต้ ชุมพร–สุราษฎร์ฯ–หาดใหญ่–ปาดังเบซาร์ วงเงิน 1.06 แสนล้าน เพิ่มการขนส่ง กระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2978/iid/537702</link>
<guid isPermaLink="false">d55e8121ace549f05abaef75d2d34984</guid>
<pubDate>Wed, 02 Sep 2026 08:17:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) จังหวัดสงขลา มีมติเห็นชอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ 3 โครงการ วงเงินรวม 106,798.32 ล้านบาท ได้แก่ 1. ช่วงชุมพร&ndash;สุราษฎร์ธานี วงเงิน 36,892.32 ล้านบาท 2. ช่วงสุราษฎร์ธานี&ndash;ชุมทางหาดใหญ่ วงเงิน 61,534.55 ล้านบาท และ 3. ช่วงชุมทางหาดใหญ่&ndash;ปาดังเบซาร์ วงเงิน 8,371.45 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นการปรับเพิ่มวงเงินจากเดิมที่เคยขอเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2568 เนื่องจาก รฟท. มีความจำเป็นต้องปรับปรุงรายละเอียด เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้านต้นทุนที่ผันผวนและควบคุมคุณภาพโครงการให้เป็นไปตามมาตรฐาน&nbsp;ทั้งการปรับเปลี่ยนรูปแบบงานก่อสร้างทางรถไฟรวมถึงการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางผ่านให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน ตลอดจนวางแนวทางโครงสร้างเพื่อป้องกันอุทกภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ซึ่งทั้ง 3 โครงการจะช่วยเสริมศักยภาพโครงข่ายคมนาคม ยกระดับระบบโลจิสติกส์ เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินรถ เชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ เมืองสำคัญ แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่การผลิตตลอดแนวภาคใต้เข้าสู่โครงข่ายรถไฟสายหลักของประเทศ รวมทั้งเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟไทยกับประเทศมาเลเซียผ่านด่านปาดังเบซาร์ สนับสนุนการค้า การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในภูมิภาค โดย รฟท. จะเร่งกระบวนการประกวดราคาและลงนามสัญญาจัดซื้อจัดจ้างได้ภายในปี 2570 และมีแผนดำเนินโครงการให้แล้วเสร็จในปี 2576 พร้อมทั้งปรับรูปแบบโครงสร้างทางรถไฟในช่วงคลอง ร.1 ถึงคลองอู่ตะเภา จากคันทางเป็นโครงสร้างสะพานบก เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม อีกทั้ง กระทรวงคมนาคมยังเดินหน้าก่อสร้างโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ภายใต้แนวคิดคมนาคมสีเขียว เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางและขนส่งสินค้า เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวและชุมชน เพิ่มความรวดเร็วในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินและการอพยพประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ&nbsp;โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรและวิถีชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/2026090236208ae688300430abc83f6bd5ed76bd081802.jpg' type='image/jpg' length='1709012' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม.สัญจรสงขลา ยกระดับ 5 จังหวัดภาคใต้ เคาะ Quick Win 4 ด้าน เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงรับมือภัยพิบัติ เดินหน้าประกันภัยพิบัติ 30 ล้านครัวเรือน]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2978/iid/537701</link>
<guid isPermaLink="false">f1ab11c96963b6fb197d4d81ca9d384e</guid>
<pubDate>Wed, 02 Sep 2026 08:06:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;การประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569 ณ จังหวัดสงขลา ได้กำหนดแนวทางเร่งด่วน หรือ Quick Win ในพื้นที่ทั้ง 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี&nbsp;เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการทันที โดยครอบคลุม 4 เรื่องสำคัญ คือ เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดยด้านเศรษฐกิจ มุ่งพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตจากศักยภาพของพื้นที่ ทั้งภาคเกษตร การค้า การลงทุน อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว ปรับปรุงเงื่อนไขเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ด้านสังคม แก้ไขปัญหาความยากจน ดูแลกลุ่มเปราะบาง เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข โดยอนุมัติงบออกแบบก่อสร้างโรงพยาบาลหาดใหญ่ แห่งที่ 2 ทำ MOU แรงงานไทย-มาเลเซีย และการแก้ไขปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา (Zero Dropout) ด้านความมั่นคง เน้นสร้างความมั่นคงควบคู่กับการทำงานร่วมกับประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายความปลอดภัยในพื้นที่ นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยและการบริหารจัดการจุดผ่านแดน ด้านภัยพิบัติ เห็นชอบให้ก่อสร้างศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ปัตตานี ระบบระบายน้ำของเทศบาลนครหาดใหญ่และเทศบาลเมืองควนลัง และปรับปรุงแก้มลิงคลองเรียน นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้เห็นชอบในหลักการการจัดให้มี &ldquo;ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ&rdquo; และให้ภาครัฐจัดซื้อประกันภัยให้กับประชาชน โดยคุ้มครองที่อยู่อาศัยครอบคลุมประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือน ใน 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว กรณีอุทกภัย ให้จ่ายส่วนที่หนึ่ง จำนวน 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน กรณีวาตภัยหรือแผ่นดินไหว ให้จ่ายส่วนที่หนึ่ง จำนวน 5,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ภายใน 15 วัน และจ่ายเพิ่มเติมตามมูลค่าความเสียหายจริง วงเงินค่าสินไหมทดแทนรวมทั้งสิ้นไม่เกิน 100,000 บาท ต่อครั้งต่อหลังคาเรือนและคุ้มครองการเสียชีวิต โดยจ่ายเงินผลประโยชน์ รายละ 2,000,000 บาท ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนได้รับเงินชดเชยเร็วกว่าและมากกว่าระบบเดิม เปลี่ยนจากการ &ldquo;รอเยียวยาเมื่อเกิดเหตุ&rdquo; ไปสู่การ &ldquo;เตรียมความพร้อมและบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า&rdquo;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/20260902bfd1998cc40685362bb7b859277255dc081719.jpg' type='image/jpg' length='1634128' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[หน่วยงานรัฐเร่งพัฒนาทุกมิติ ความมั่นคง เศรษฐกิจ อาชีพ คุณภาพชีวิต สาธารณสุข คมนาคม ท่องเที่ยว ผลักดันสงขลาเป็นพื้นที่แห่งโอกาส]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2978/iid/537380</link>
<guid isPermaLink="false">fd72b1624f99ecef05e2737a8536f0a5</guid>
<pubDate>Tue, 01 Sep 2026 09:40:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;คณะรัฐมนตรีลงพื้นที่รับฟังปัญหาและข้อเสนอในการพัฒนาจังหวัดสงขลาและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ โดย พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เร่งแก้ไขปัญหาความมั่นคงจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ทุกภาคส่วนยึดหลัก &ldquo;ปรับ&ndash;พิทักษ์&ndash;ปราบ&rdquo; ควบคู่กับกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิด &ldquo;มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ พา SME ไทยโตยั่งยืน&rdquo; สนับสนุนผู้ประกอบการให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน องค์ความรู้ เทคโนโลยี และ Upskill&ndash;Reskill ปรับตัวต่อมาตรฐานและเงื่อนไขทางการค้าระหว่างประเทศเพื่อก้าวสู่ตลาดโลก นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งเสริมการทำสวนยางอารยเกษตร เพิ่มรายได้และใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนและประสิทธิภาพการระบายน้ำ พัฒนาน้ำบาดาลและระบบกรองน้ำดื่ม พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เน้นย้ำการเยียวยาผู้เสียหาย คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ และให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเสมอภาค นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เดินหน้าพัฒนาแรงงานให้มีทักษะสอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะทักษะเฉพาะทางด้านการเชื่อมและตัดโลหะใต้น้ำ นายนิกร&nbsp;โสมกลาง&nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&nbsp;ติดตามการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัย สร้างสิทธิที่อยู่อาศัยที่มั่นคงสำหรับผู้มีรายได้น้อยและชุมชนริมรางรถไฟ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินหน้านโยบาย &ldquo;1 จังหวัด 1 โรงพยาบาล&rdquo; ให้ประชาชนเข้าถึงบริการมาตรฐานเดียวกัน นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มุ่งพัฒนาด่านสะเดาและการเดินทางข้ามแดน ต่อยอดกีฬาเป็น &ldquo;Sport Tourism&rdquo; ขณะที่กระทรวงคมนาคม ยกระดับระบบขนส่งสาธารณะ พัฒนารถเชื่อมต่อรองรับการขยายตัวของเมืองและประชากร ผลักดันโครงการ Digital Tower เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมจราจรทางอากาศ และขับเคลื่อนการศึกษาความเป็นไปได้ของ Seaplane เชื่อมโยงการเดินทางและสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง &ldquo;การท่องเที่ยวมูลค่าสูง&rdquo;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/2026090180388114839ebfd9e8a07efb69bb7b6f094206.jpg' type='image/jpg' length='1645518' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“นายกฯ” ลงพื้นที่รับฟังแก้ปัญหา 5 จังหวัดภาคใต้ ป้องกันอุทกภัย เดินหน้าสะพาน 2 แห่ง เชื่อมคมนาคม ท่องเที่ยว เศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2978/iid/537378</link>
<guid isPermaLink="false">fe5bb2593835cc598a3ea23104bfcf43</guid>
<pubDate>Tue, 01 Sep 2026 09:32:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ก่อนการประชุม ครม.สัญจร โดยเน้น 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ การบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชน พร้อมติดตามการฟื้นฟูคลองระบายน้ำ ร.1 และระบบป้องกันอุทกภัยหาดใหญ่ เร่งแก้จุดคอขวด ขุดลอกคลอง เสริมความแข็งแรงคันคลอง และพัฒนาระบบพยากรณ์น้ำด้วย Machine Learning พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมบุคลากร เครื่องจักร เส้นทางอพยพ และศูนย์พักพิงให้พร้อมรับสถานการณ์ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ได้ร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามก่อสร้างสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และสะพานเชื่อมเกาะลันตา ภายใต้แนวคิด &ldquo;Green Transport&rdquo; เพื่อเชื่อมโยงการเดินทาง ท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ระหว่างฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังได้ประชุมรับฟังข้อเสนอจาก 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และภัยพิบัติ โดยกำชับให้ทุกข้อเสนอมีแนวทางแก้ไขที่ชัดเจน ทำได้จริง และเร่งดำเนินการทันทีในเรื่องที่สามารถทำได้ พร้อมรับฟังข้อเสนอจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยย้ำว่า การสร้างสันติสุขและความปลอดภัยจะเป็นฐานสำคัญในการเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิต ภายใต้หลัก &ldquo;ทุกปัญหาต้องมีเจ้าภาพ ทุกข้อเสนอต้องมีคำตอบ&rdquo; นอกจากนี้ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องยังได้ลงพื้นที่ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ ทั้งการพัฒนาระบบระบายน้ำ การเตรียมพร้อมรับภัย การยกระดับด่านปาดังเบซาร์เพื่อส่งเสริมการค้าไทย&ndash;มาเลเซีย และการต่อยอดงานวิจัย &ldquo;ธนาคารปูม้า&ndash;โดมปะการัง&rdquo; เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล สร้างความมั่นคงทางอาหาร และเพิ่มรายได้ให้ชุมชน สะท้อนการทำงานแบบบูรณาการของรัฐบาล ที่มุ่งแก้ปัญหาจากความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เชื่อมโยงการป้องกันภัย โครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจชายแดน และนวัตกรรม เพื่อสร้างความปลอดภัย รายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้ประชาชนภาคใต้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/202609013b9f45f992ada9fcc43303a8011c5c58093917.jpg' type='image/jpg' length='1600304' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“พิพัฒน์-ยศชนัน-สีหศักดิ์-วราวุธ” ระดมความคิดเห็น 5 จังหวัดภาคใต้ รับฟังปัญหา เสนอแนวทางพัฒนา ยกระดับเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง รับมือภัยพิบัติ]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2978/iid/536986</link>
<guid isPermaLink="false">e04754517dcd2f562929d21f090fdfbd</guid>
<pubDate>Mon, 31 Aug 2026 09:40:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการ ระดมความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี ภายใต้นโยบายรัฐบาล 4 ประเด็นสำคัญ ประกอบด้วย ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านความมั่นคง และด้านภัยพิบัติ โดยกลุ่มด้านความมั่นคง มีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธาน ด้านสังคม นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์&nbsp;รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธาน และด้านเศรษฐกิจ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน เพื่อร่วมกันสะท้อนปัญหา และกำหนดแนวทางการทำงาน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาตรงกับความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ด้านภัยพิบัติ เน้นบริหารจัดการน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก เชื่อมโยงข้อมูลเส้นทางน้ำ ขุดลอกคูคลอง ยกระดับระบบแจ้งเตือนภัยแบบ Real Time และ Area-based เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันต่อสถานการณ์ ด้านความมั่นคง เร่งแก้ปัญหายาเสพติด ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้&nbsp;อาชญากรรมข้ามชาติ ด้านสังคม เร่งแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ภายใต้นโยบาย Zero Dropout การยกระดับทักษะแรงงาน Upskill/Reskill การแก้ปัญหาความแออัดของโรงพยาบาล การเตรียมความพร้อมรองรับสังคมผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง และเพิ่มศูนย์บำบัดฟื้นฟูเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด ด้านเศรษฐกิจ เร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของภาคใต้ ได้แก่ ท่าเรือน้ำลึกสงขลาและปัตตานี สนามบินยะลา โครงการมอเตอร์เวย์ รถไฟทางคู่ และการพัฒนาด่านชายแดน เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการคมนาคม การค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยข้อเสนอจากทั้ง 5 จังหวัดจะถูกนำเสนอต่อรัฐบาล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ในการประชุม ครม.สัญจรนอกสถานที่ จังหวัดสงขลา ในวันที่ 1 กันยายน 2569 เพื่อผลักดันสู่ระดับนโยบาย ในการแก้ไขปัญหา ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพิ่มความปลอดภัย สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และยกระดับความพร้อมของประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ให้สามารถรับมือกับความท้าทายในอนาคตได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/20260831f36cbf8f43b4eab5da637081220090b0094836.jpg' type='image/jpg' length='1378969' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[โควิด-19 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กรมควบคุมโรค ย้ำ “ป่วยพัก ลดใกล้ชิด” กลุ่มเสี่ยงรับวัคซีน ลดป่วยรุนแรง]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2978/iid/536818</link>
<guid isPermaLink="false">6bca32ccd1d105e44a379a58cdbef3e6</guid>
<pubDate>Sun, 30 Aug 2026 11:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แนะนำประชาชนดูแลตนเอง และคนรอบข้างอย่างเหมาะสม เนื่องจากยังพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งในช่วงนี้สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง เป็นฤดูกาลระบาดของโรคทางเดินหายใจ จึงมีโอกาสพบจำนวนผู้ป่วยสูงขึ้น และอาจเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนตามโรงเรียน ที่ทำงาน หรือชุมชนได้ แม้โรคโควิด-19 ในปัจจุบันจะสามารถรักษาได้ แต่ยังมีโอกาสเกิดอาการรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ และหญิงตั้งครรภ์ นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ข้อมูลโรคโควิด-19 จากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 28 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยพบผู้ป่วยสะสมจำนวน 95,357 ราย เสียชีวิต 14 ราย โดยแนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมา และสายพันธุ์หลักที่พบมากที่สุด คือ NB.1.8.1 ประชาชนควรสังเกตหากมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดศีรษะ หรืออ่อนเพลีย ให้ยึดหลัก &ldquo;ป่วยพัก ลดใกล้ชิด&rdquo; เพื่อลดการแพร่เชื้อ หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก หอบเหนื่อย เจ็บหรือแน่นหน้าอก ซึมลง รับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้น้อย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที วิธีการป้องกัน ควรสวมหน้ากากอนามัย เมื่ออยู่ในที่สาธารณะ ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่างทางสังคม หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดหรืออากาศไม่ถ่ายเท และฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกจากการดูแลสุขภาพแล้ว กรมควบคุมโรคขอให้ประชาชนระวังการส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม (Fake News) เกี่ยวกับสถานการณ์โรคโควิด-19 บนสื่อสังคมออนไลน์ ยืนยันว่าข้อมูลสายพันธุ์และการระบาดในปัจจุบันยังอยู่ในการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและเป็นไปตามคาดการรณ์ของโรคติดต่อตามฤดูกาล ระบบสาธารณสุขไทยมีความพร้อม ทั้งยาและเวชภัณฑ์อย่างเพียงพอ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/20260830812b284fdeee3a4e722634ea102a5e95115009.jpg' type='image/jpg' length='1340072' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ไชยชนก” เปิดตัว “TH-AI Passport” ตั้งเป้ายกระดับทักษะ AI คนไทย 5 ล้านคน ลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าแล้ว 1.3 ล้านคน เปิดใช้ 31 ส.ค. 69]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2978/iid/536614</link>
<guid isPermaLink="false">06ce6179089e7fb563b7eb037158c734</guid>
<pubDate>Sat, 29 Aug 2026 10:47:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดตัวโครงการ TH-AI Passport (ทีเอช-เอไอ พาสปอร์ต) อย่างเป็นทางการ เนื่องจาก AI กำลังเข้ามามีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน การศึกษา และบริการสาธารณะอย่างรวดเร็ว การเตรียมความพร้อมของคนไทย ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พ.ศ. 2565&ndash;2570 โดยรัฐบาลได้กำหนดเป้าหมายของโครงการ TH-AI Passport เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางด้านเทคโนโลยี และยกระดับทักษะ AI ของคนไทย ให้สามารถนำไปต่อยอดกับการเรียนและการทำงานได้จริง โดยตั้งเป้าหมายเปิดโอกาสให้คนไทย 5 ล้านคน ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ aipass.go.th โดยใช้บัญชี Google, Microsoft หรือ Apple และยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ หรือ ThaiD ซึ่งครอบคลุมทั้งนักเรียน นักศึกษา บุคลากรภาครัฐ ประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการ ซึ่งจะทำให้คนไทยเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับโลก จากผู้พัฒนาชั้นนำกว่า 14 ราย รวมมากกว่า 30 โมเดล ภายในแพลตฟอร์มเดียว พร้อมระบบเรียนรู้และพัฒนา ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าแล้วกว่า 1.3 ล้านคน ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงว่าคนไทยพร้อมก้าวเข้าสู่ยุค AI ก่อนที่แพลตฟอร์ม AiPASS จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 สิทธิผู้ที่ลงทะเบียนเมื่อมีการเปิดใช้งาน TH-AI Passport ผู้สมัครเข้าใช้งาน 3 เดือนแรก จะได้รับสิทธิ Innovator (ผู้สร้างสรรค์) ระยะเวลา 30 วัน เพื่อให้ได้ใช้ Model ระดับ Pro ส่วนผู้ลงทะเบียนหลัง 30 พฤศจิกายน 2569 จะได้รับสิทธิเป็น Beginner (ผู้เริ่มต้น) สำหรับการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานในโครงการ TH-AI Passport จะถูกจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย ปฏิบัติตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์อย่างเคร่งครัด</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/202608293d4b5e8c8ef2981b2700aa02464ed671104706.jpg' type='image/jpg' length='1282028' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สพฐ. ย้ำ ห้ามจัดสอบแข่งขันเด็กปฐมวัย ใช้ระบบแพ้-ชนะ จัดอันดับคะแนน ขัดกฎหมาย-สร้างแรงกดดัน เน้นจัดการเรียนรู้ตามช่วงวัย]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2978/iid/536318</link>
<guid isPermaLink="false">d1c15c90d3490305ea1109305804126c</guid>
<pubDate>Fri, 28 Aug 2026 09:50:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ให้กำกับดูแลโรงเรียน ทั้งของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2562 อย่างเคร่งครัด โดยห้ามจัดสอบแข่งขัน หรือใช้ระบบแพ้-ชนะ จัดอันดับคะแนนในระดับเด็กเล็กโดยเด็ดขาด ซึ่ง พ.ร.บ.การพัฒนาเด็กปฐมวัยฯ ได้กำหนดให้เด็กปฐมวัยซึ่งมีอายุต่ำกว่า 6 ขวบ หรืออยู่ในชั้นอนุบาล 1 - 3 ได้รับการดูแล พัฒนา และจัดการเรียนรู้อย่างเหมาะสมตามวัย ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้กำหนดให้การรับเด็กชั้นก่อนประถมศึกษา อายุ 3&ndash;6 ปี และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ห้ามสอบวัดความสามารถทางวิชาการ นอกจากจะขัดต่อกฎหมายแล้ว ยังเป็นการสร้างความกดดันเกินวัย ส่งผลเสียรุนแรงต่อพัฒนาการทางสมอง ภาวะความเครียด ซึ่งอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อสภาพจิตใจและพฤติกรรมของเด็กในระยะยาว โดยให้ใช้การสังเกตพฤติกรรม ทักษะการสื่อสาร การช่วยเหลือตนเอง และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม รวมทั้งใช้แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) เก็บสะสมผลงาน รวบรวมภาพกิจกรรม และติดตามความก้าวหน้าของเด็กเป็นรายบุคคล แทนการใช้ตัวเลขตัดสินแบบเดิม ซึ่งการยกระดับการศึกษาปฐมวัยดังกล่าว จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในการกวดวิชาเด็กเล็ก และร่วมกันดูแลเด็กไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ สมวัย และมีความสุข</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/20260828e04b823a2f379e3b9563cf023a89630a095037.jpg' type='image/jpg' length='1461219' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“อุตุฯ” เตือนเหนือ-อีสาน ฝนตกหนัก 29 ส.ค. - 2 ก.ย. “ปภ.” ผนึกกำลังพื้นที่แจ้งข้อมูล “รู้เร็ว เตือนเร็ว อพยพเร็ว” เร่งเยียวยา ย้ำ ไม่ต้องใช้สำเนาเอกสาร]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2978/iid/536316</link>
<guid isPermaLink="false">686845febeb52dc31f0b115cc72f0fa7</guid>
<pubDate>Fri, 28 Aug 2026 09:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศแจ้งเตือน ฝนตกหนักถึงหนักมาก ช่วงวันที่ 29 สิงหาคม &ndash; 2 กันยายน 2569 โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ บึงกาฬ นครพนม เลย หนองคาย อุดรธานี สกลนคร ยโสธร ร้อยเอ็ด และอุบลราชธานี ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยชลประทานทั่วประเทศเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์และบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำ เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและรองรับสถานการณ์ฝนที่อาจเพิ่มขึ้น ด้านกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เน้นย้ำการแจ้งเตือนภัยให้ถึงประชาชนในพื้นที่ และเป็นข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำถึงจุดพื้นที่เสี่ยงมากที่สุด โดยประสานข้อมูลจากพื้นที่โดยตรงกับกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์ผ่านทุกช่องทาง อาทิ หอกระจายข่าว วิทยุชุมชน ผู้นำชุมชน เพื่อให้การแจ้งเตือนภัยมีประสิทธิภาพ และลดการสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้ อีกทั้งยังได้ประสาน 10 จังหวัดภาคกลาง แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.60 - 1.5 เมตร บริเวณอำเภอเสนา ผักไห่ บางบาล พระนครศรีอยุธยา บางปะอิน และบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา&nbsp;สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท และเสียชีวิตจากอุทกภัยทางตรงและดินโคลนถล่ม ช่วยเหลือเป็นค่าจัดการศพรายละ 2,000,000 บาท โดย ปภ. ได้ประสานไปยังผู้ว่าราชการทุกจังหวัดให้ยกเลิกการเรียก/ขอสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาเอกสารอื่น ๆ ที่ทางราชการออกให้จากประชาชน ให้อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลของผู้ประสบภัย เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน การสวมสิทธิ ป้องกันการตกหล่น และอำนวยความสะดวกผู้ประสบภัยให้รวดเร็ว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/20260828bb08ede43f0d51fea5659c315e281e94094758.jpg' type='image/jpg' length='1481560' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“ยศชนัน” เร่งรัดการฟื้นฟู เยียวยา “ศุภจี” ส่งถุงยังชีพช่วยชาวน่าน ย้ำ สินค้าต้องไม่ขาด - ไม่แพง]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2978/iid/535949</link>
<guid isPermaLink="false">dc39fd3d1111ec58a6be390172e031d2</guid>
<pubDate>Thu, 27 Aug 2026 10:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ ได้ลงพื้นที่หมู่บ้านเฮี้ย เพื่อติดตามความคืบหน้าในการฟื้นฟู เคลียร์ดินโคลนและขยะที่ทับถมในพื้นที่น้ำท่วมได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 70% โดยให้หน่วยงานของรัฐและท้องถิ่นเร่งรัดการฟื้นฟูและเยียวยา พร้อมทั้งสร้างบ้านใหม่ให้กับ &ldquo;ป้ากาหลง&rdquo; ที่ถูกมวลน้ำและโคลนซัดบ้านพังเสียหายทั้งหลัง ซึ่งสร้างความตื้นตันใจให้กับป้ากาหลงเป็นอย่างยิ่ง ส่วนหมู่บ้านฝาย ปัจจุบันเคลียร์พื้นที่คืบหน้าไปแล้วกว่า 80% ประชาชนเริ่มกลับมาอยู่อาศัยและใช้งานได้เกือบตามปกติ อีกทั้งยังตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของศูนย์ Fix It Center (ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน) ที่เปิดให้บริการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำป่าและดินโคลนถล่ม สำหรับสิ่งของจำเป็นในการดำรงชีพ นางศุภจี&nbsp;สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ส่งถุงยังชีพที่บรรจุสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีวิตไปให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่าน จำนวน 1,500 ถุง เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที&nbsp;ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่ประสบภัย ย้ำว่าสินค้าต้องไม่ขาดแคลนและราคาไม่แพง เร่งดูแลผู้ประกอบการและ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อช่วยเหลือด้านการสร้างอาชีพ และสนับสนุนแหล่งเงินทุนเพื่อฟื้นฟูกิจการหรือเริ่มต้นธุรกิจ ส่วนการรับเงินเยียวยา ครัวเรือนละ 9,000 บาท สำหรับบ้านที่ถูกน้ำท่วมขัง และเสียชีวิต รายละ 2,000,000 บาท กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งให้ผู้ประสบอุทกภัยสามารถยื่นคำร้องได้ทั้ง 2 ช่องทาง ได้แก่ ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน &ldquo;ทางรัฐ&rdquo; หรือยื่นเอกสารด้วยตนเองได้ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ โดยต้องผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนให้พร้อม เนื่องจากธนาคารออมสินจะโอนเงินเยียวยาเข้าบัญชีพร้อมเพย์ของผู้มีสิทธิ์เท่านั้น</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/20260827786ea71fd6f0f90c36c369f37d747d84100614.jpg' type='image/jpg' length='1588815' />
</item>
</channel>
</rss>
