<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวสารรัฐบาล 20 กระทรวง]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/index/id/2978</link>
<atom:link href="https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/index/id/2978" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ เผยความสำเร็จไทยเจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 สร้างความเชื่อมั่นเวทีโลก เร่งต่อยอดโอกาสลงทุน สร้างรายได้ อาชีพให้ประชาชน]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2978/iid/551628</link>
<guid isPermaLink="false">fe3bf88f92430f9fa5c2efc4d976e7b2</guid>
<pubDate>Sat, 17 Oct 2026 10:38:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดการประชุมใหญ่ประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ 2569 (2026 IMF&ndash;World Bank Group Annual Meetings) เน้นย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะประเทศที่เชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และแนวคิดจากทั่วโลก โดยประเทศไทยประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ได้รับการยอมรับและความชื่นชมจากผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก สะท้อนถึงความพร้อมและศักยภาพของประเทศ ทั้งด้านโลจิสติกส์ สาธารณูปโภคพื้นฐาน ความมั่นคง และเศรษฐกิจ ที่แสดงให้ประชาคมโลกเห็นและนำมาต่อยอดเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ การลงทุน และการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้มีโอกาสพบหารือกับผู้แทนระดับสูงจากหลายประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การผลักดันประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ภายในปี 2571 การเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยและความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบาย การสนับสนุนโครงการบริหารจัดการน้ำและการรับมือภัยพิบัติร่วมกับธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) การส่งเสริมการค้า การลงทุน ธุรกรรมทางการเงินกับเยอรมนีและลิกเตนสไตน์ รวมถึงการผลักดันความตกลงการค้าเสรีไทย&ndash;สหภาพยุโรป (Thai&ndash;EU FTA) นอกจากนี้ ยังได้หารือเพื่อขยายความร่วมมือกับอียิปต์ในการเชื่อมโยงตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียนและทวีปแอฟริกา ส่งเสริมการลงทุนจากออสเตรเลียในตลาดทุน โครงสร้างพื้นฐาน เกษตรกรรม พลังงานสะอาด ดิจิทัล การศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ตลอดจนขยายความร่วมมือกับมอนเตเนโกรด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ และความมั่นคงทางอาหาร</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/20261017b7f9054c1ac5280d128598524297485b103946.jpg' type='image/jpg' length='1536143' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ ใช้โอกาสประชุม IMF-World Bank 2026 ขยายความร่วมมือนานาชาติ ดึงนักลงทุนต่างชาติ สร้างงาน สร้างรายได้]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2978/iid/551294</link>
<guid isPermaLink="false">7981d954eda2756dffd115a01adbc0b4</guid>
<pubDate>Fri, 16 Oct 2026 08:24:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้การต้อนรับนายกี ปาร์เมอแล็ง ประธานาธิบดีแห่งสมาพันธรัฐสวิส ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในช่วงการประชุม 2026 IMF&ndash;World Bank Group Annual Meetings เนื่องในโอกาสครบรอบ 95 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สวิตเซอร์แลนด์&nbsp;โดยทั้งสองฝ่ายมุ่งส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน เร่งผลักดันความตกลงการค้าเสรีไทย-EFTA ส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม การศึกษาและพัฒนาทักษะบุคลากร รวมถึงร่วมมือปราบปรามแก๊งหลอกลวงออนไลน์และการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่ผิดกฎหมาย นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้หารือกับนาง Friderica Widyasari Dewi ประธานคณะกรรมการสำนักงานกำกับดูแลบริการทางการเงินแห่งอินโดนีเซีย (OJK) เพื่อขยายความร่วมมือด้านการเงิน การธนาคาร พลังงาน เกษตรกรรม การค้าและการลงทุน การป้องกันอาชญากรรมทางการเงินข้ามชาติ พร้อมทั้งหารือกับนายอะเลกเซย์ โอเวียร์ชุก รองนายกรัฐมนตรีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย เพื่อผลักดันความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Thai-EAEU FTA) และส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตร ความมั่นคง และพลังงานสะอาด และหารือกับนาย Ernesto Torres Cant&uacute; หัวหน้าฝ่ายกิจการระหว่างประเทศ บริษัท Citigroup, Inc. ซึ่งชื่นชมประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 2026 IMF&ndash;World Bank Group Annual Meetings และพร้อมสนับสนุนนักลงทุนที่มีคุณภาพให้เข้ามาลงทุนในไทย ผ่านความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และกิจกรรมส่งเสริมการลงทุน โดยรัฐบาลมุ่งยกระดับบทบาทไทยในห่วงโซ่ อุปทานโลกและใช้ศักยภาพเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียนที่มีประชากรกว่า 700 ล้านคน เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย และกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่ประเทศและประชาชน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/20261016d78395af5e3c709ee7bd39bb63b5dc9b082431.jpg' type='image/jpg' length='126248' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทยเปิดตัว Bangkok Blueprint วางกรอบความร่วมมือโลกสกัดสแกมเมอร์-ภัยไซเบอร์ทั่วโลก]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2978/iid/550963</link>
<guid isPermaLink="false">32769649e8afc6bc69afd58513bfd0f7</guid>
<pubDate>Thu, 15 Oct 2026 08:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดตัว &ldquo;Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services&rdquo; ในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF&ndash;World Bank Group Annual Meetings) เพื่อวางกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางการเงินดิจิทัล โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ริเริ่มแนวคิด Bangkok Blueprint ร่วมกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) โดยต่อยอดบทเรียนและประสบการณ์จริง เพื่อพัฒนาเป็น &ldquo;เข็มทิศเชิงนโยบาย&rdquo; ที่ประเทศต่าง ๆ สามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของตนเอง โดยมีแนวทางสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ 1. รับมืออย่างครบวงจร ผ่านความร่วมมือจากทุกภาคส่วน 2. ยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อจัดการภัยทุจริตทางดิจิทัลที่ข้ามพรมแดน 3. แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติ เพื่อสนับสนุนการพัฒนามาตรฐานและมาตรการป้องกันภัยทางการเงินดิจิทัลอย่างยั่งยืน โดย Bangkok Blueprint จะช่วยวางกรอบความร่วมมือและแนวทางแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ ประกอบด้วย 12 แนวทางสำคัญ ครอบคลุมใน 5 เสาหลัก ได้แก่ (1) การวางยุทธศาสตร์ กฎหมาย และกลไกกำกับดูแลที่กำหนดบทบาทและความรับผิดชอบอย่างชัดเจน (2) การบริหารจัดการภัยทุจริตอย่างครบวงจร ตั้งแต่การป้องกัน ตรวจจับ ตอบสนอง และเยียวยาผู้เสียหาย (3) การใช้ประโยชน์จากกรอบบริหารความเสี่ยงและการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้ว เช่น AML/CFT และ Cybersecurity (4) การเสริมสร้างความร่วมมือทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ และ (5) การคุ้มครองผู้บริโภคและสร้างการตระหนักรู้ รวมถึงเพิ่มภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล พร้อมรวบรวมประสบการณ์จากไทย ฮ่องกง มาเลเซีย และสิงคโปร์ เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ นำไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของตนเอง เพื่อสร้างระบบการเงินที่ปลอดภัย ครอบคลุม มีภูมิคุ้มกันมากขึ้น และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนทั่วโลก</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/20261015c9a3b09d1495a154096bc15b82c14a51080846.jpg' type='image/jpg' length='121800' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. เห็นชอบ สินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS กู้สูงสุด 3 ล้านบาท ผ่อนนาน 40 ปี ช่วยผู้มีรายได้น้อย-ปานกลางมีบ้านเป็นของตนเอง]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2978/iid/550962</link>
<guid isPermaLink="false">c1eefbadef796ee5e0d29fdfe9b7fea6</guid>
<pubDate>Thu, 15 Oct 2026 08:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; คณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS ของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนสินเชื่อให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลางที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด ปลูกสร้างอาคารหรือซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคารบนที่ดินของรัฐ หรือซื้ออาคารหรือห้องชุดบนที่ดินของรัฐ และเพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับศักยภาพการชำระหนี้ โดยมีอัตราดอกเบี้ยแบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่ 1) กรณีผ่อนปรนเกณฑ์รายได้และค่าครองชีพ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.8 ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี และ 2) กรณีเกณฑ์รายได้ปกติ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.6 ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี วงเงินสินเชื่อต่อรายต่อหลักประกันไม่เกิน 3 ล้านบาท ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 40 ปี ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2573 หรือจนกว่าสินเชื่อจะเต็มกรอบวงเงินโครงการ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่ ธอส. กำหนด กระทรวงการคลังให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือและส่งเสริมให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองโดยผ่อนชำระที่เหมาะสม เพราะบ้านไม่ใช่เพียงทรัพย์สิน แต่เป็นรากฐานความมั่นคงของครอบครัว พร้อมทั้งสร้างเสถียรภาพและการยกระดับภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยให้เข้มแข็งและมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อย่างมั่นคงในอนาคต รวมถึงส่งผลดีต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั้งการใช้จ่ายในภาคก่อสร้าง การผลิตวัสดุก่อสร้าง การจ้างงานและการบริโภคสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าการดำเนินโครงการสินเชื่อบ้านคนละหลัง PLUS จะก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวมประมาณ 125,000 ล้านบาท รวมทั้งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/20261015b90b98f9782b89db9519b909639a4965080754.jpg' type='image/jpg' length='105966' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“เอกนิติ” ชู “Bangkok Blueprint” สกัดกั้นภัยการเงินดิจิทัล ยกไทยเป็น Trusted Connector เชื่อมเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางความแบ่งขั้ว]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2978/iid/550780</link>
<guid isPermaLink="false">edf8b6acd6bf1c428b6deb532e1c15cb</guid>
<pubDate>Wed, 14 Oct 2026 10:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยแนวนโยบายการเงินการคลังและทิศทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยจะมีการนำเสนอแพลตฟอร์มการต่อสู้กับสแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมไซเบอร์ และอาชญากรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เพราะอาชญากรรมทางการเงิน&nbsp;อาชญากรรมออนไลน์ และอาชญากรรมทางเทคโนโลยีส่งผลกระทบต่อทั่วโลก เพื่อให้การเชื่อมโยงเครือข่ายข้อมูลทั่วถึงข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงเตรียมขยายผลไปปรับใช้ในความร่วมมือระหว่างประเทศและนำเสนอ Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services ในการประชุม IMF&ndash;World Bank 2026 ในวันที่ 14 ตุลาคม 2569 เพื่อร่วมกันป้องกันและสกัดกั้นภัยการเงินดิจิทัลอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ดร.เอกนิติ ยังได้กล่าวในงาน &ldquo;Building Resilience in a Fragmented World&rdquo; โดยชี้ว่าโลกที่แบ่งขั้วมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อ 3 ช่องทางหลักของเศรษฐกิจ ทั้งการค้า การเงิน และการลงทุน จึงจำเป็นต้องรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจและการเงินให้เข้มแข็ง ลดขั้นตอนและอุปสรรคด้านกฎระเบียบ เพื่อเปลี่ยนความสนใจของนักลงทุนให้เกิดการลงทุนจริง ตลาดและพันธมิตรที่มากขึ้นเปิดโอกาสในการส่งออก และการลงทุน ประเทศไทยสามารถใช้บทบาท &ldquo;Trusted Connector&rdquo; &ldquo;ผู้เชื่อมที่น่าเชื่อถือ&rdquo; เพื่อสร้างความไว้วางใจและรักษาระบบความร่วมมือระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่บนกติกา พร้อมเสนอให้อาเซียนเพิ่มการค้าภายในภูมิภาค เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ผลักดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) อาหาร การผลิต โลจิสติกส์ การเงิน ดิจิทัล สุขภาพและทักษะ และทำให้ผลประโยชน์จากการเชื่อมต่อนั้นกลับมาถึงกลุ่ม SMEs และชุมชนในประเทศ เพื่อยกระดับประชาชน&nbsp;การจ้างงาน และบริการ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/20261014602a934ecb4bcc47b6bf2f27e4597d9f104519.jpg' type='image/jpg' length='1504547' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ เปิด Thailand Pavilion น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงพัฒนาประเทศ ในงาน IMF-World Bank 2026 “เอกนิติ” ชู AI สร้างงาน เพิ่มรายได้คนไทย]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2978/iid/550551</link>
<guid isPermaLink="false">3dacf4159c01bb73c1d3589810a3fa40</guid>
<pubDate>Tue, 13 Oct 2026 09:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ &ldquo;พระราชปณิธานอันทรงคุณค่า : เสริมพลังประชาชน สร้างความเข้มแข็งเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง&rdquo; (Thai Pavilion: &ldquo;The Royal Legacy - Empowering People, Building Resilience&rdquo;) ภายในการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเผยแพร่ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&nbsp;ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนและสังคม สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และศักยภาพของไทยในด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสังคมอายุยืน รวมถึงกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมไทย ด้าน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นำเสนอแนวทางขับเคลื่อน AI โดยไทยมุ่งขับเคลื่อน AI ใน 3 เป้าหมาย ได้แก่ &ldquo;All in AI, AI in All และ AI for All&rdquo; ยกระดับงานที่มีอยู่ สร้างงานใหม่ และทำให้ทุกคนได้รับประโยชน์ พร้อมทั้งปกป้องประชาชนจากอาชญากรรมและการหลอกลวงทางดิจิทัล พร้อมทั้งเรียกร้องให้เกิดความร่วมมือระหว่าง World Bank IMF ธนาคารพัฒนาพหุภาคี (MDBs) และนานาประเทศ เพื่อให้ AI เป็นเครื่องมือสร้างงาน สร้างรายได้ เพิ่มผลิตภาพ ทั้งภาคเกษตร การผลิต สุขภาพ ท่องเที่ยว การเงิน โลจิสติกส์ ค้าปลีก และ SMEs ขยายโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างปลอดภัยและทั่วถึง นอกจากนี้เวทีการเสวนาเยาวชนกับแหล่งการเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่ของเอเชียในยุค AI ยังเน้นย้ำการเตรียมความพร้อมของเยาวชนต้องครอบคลุมมากกว่าความรู้และทักษะการใช้ AI&nbsp;โดยต้องพัฒนาการศึกษาและทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคต เพิ่มโอกาสในการได้รับประสบการณ์การทำงาน และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีและการศึกษาที่มีคุณภาพ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/20261013d2b65f5eb04004dfdd7cef374170a1d0095733.jpg' type='image/jpg' length='1525529' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทยพร้อมเปิดเวที IMF-World Bank 2026 “เอกนิติ” เตรียมถกผู้นำ IMF–ธนาคารโลก เจรจาทวิภาคี 30 นัด สร้างโอกาสเศรษฐกิจไทย]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2978/iid/550105</link>
<guid isPermaLink="false">3cb69474dfcba8b6f3036f7ee5029c47</guid>
<pubDate>Mon, 12 Oct 2026 08:19:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569&nbsp;(2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตรียมแสดงบทบาทนำของประเทศไทยบนเวทีการเงินระดับสากล ผ่านการเข้าร่วมเสวนาบนเวทีสำคัญใน 4 เวทีร่วมกับผู้นำองค์กรการเงินระดับโลก รัฐมนตรีคลัง และนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของโลก ควบคู่ไปกับการเดินหน้าเจรจาทวิภาคีถึง 30 นัดหมาย ระหว่างวันที่ 13&ndash;17 ตุลาคม 2569 กับผู้นำเศรษฐกิจ และผู้แทนสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะตัว Trusted Connector ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาคมโลก แลกเปลี่ยนแนวทางรับมือความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก และขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการลงทุนของไทย สำหรับการขึ้นเวทีเสวนาในวันแรกของการประชุม วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 13.30&ndash;14.30 น. นายเอกนิติจะเข้าร่วมเวที &ldquo;Thai MOF Flagship Event: Building Resilience in a Fragmented World&rdquo; ซึ่งกระทรวงการคลังไทยเป็นเจ้าภาพ โดยมีผู้ร่วมเสวนาระดับโลก ได้แก่ คริสตาลินา จอร์จีวา ผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) อาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก (World Bank Group) และรีคกา ปูร์รา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประเทศฟินแลนด์ โดยเวทีนี้มีความสำคัญในการร่วมกำหนดทิศทางและแนวทางการสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ท่ามกลางความขัดแย้ง ความไม่แน่นอน และความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ในวันเดียวกัน เวลา 15.00&ndash;16.00 น. นายเอกนิติยังเตรียมขึ้นเสวนาต่อในเวที &ldquo;IMF APD: Thailand Special Seminar Bangkok 1991&ndash;2026&rdquo; ร่วมกับ เคนจิ โอกามูระ รองกรรมการผู้จัดการ IMF นายกฤษณะ ศรีนิวาสัน ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก IMF นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานมูลนิธิสถาบันนโยบายยุทธศาสตร์ และนายสุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ ศาสตราจารย์กิตติคุณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเวทีนี้นับเป็นโอกาสสำคัญในการย้อนมองเส้นทางเศรษฐกิจไทยนับตั้งแต่ที่เคยเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank ครั้งแรกเมื่อปี 2534 จนถึงปี 2569 พร้อมทั้งระดมความคิดเห็นจากนักเศรษฐศาสตร์เพื่อหาแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้พุ่งทะยานและพร้อมรับมือกับอุตสาหกรรมยุคใหม่ นอกจากนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เตรียมเข้าร่วมเวทีหารือแนวทางการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของภาคธุรกิจ โดยมุ่งหารือการนำมูลค่าทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน เช่น สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และทรัพย์สินทางปัญญาประเภทอื่น มาต่อยอดเป็นโอกาสทางการเงินและการลงทุน เพื่อสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจนวัตกรรม ในหัวข้อ &ldquo;Financing Innovation via Intangible Assets: Unlocking Growth through Intellectual Property-Backed Finance&rdquo; ในวันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00&ndash;14.00 น. โดยมี ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้แทนสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสหภาพยุโรป (EUIPO) ธนาคารเพื่อการลงทุนแห่งยุโรป (EIB) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเด็นสำคัญของการหารือคือ ปัจจุบันธุรกิจจำนวนหนึ่งมีทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมที่สามารถสร้างรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่ทรัพย์สินเหล่านี้อาจยังไม่ได้รับการประเมินมูลค่าหรือยอมรับในระบบการเงินอย่างเต็มที่ เมื่อเทียบกับหลักประกันที่เป็นทรัพย์สินที่จับต้องได้ เช่น ที่ดินหรืออาคาร จึงเป็นโจทย์สำคัญว่าระบบการเงินจะสามารถนำมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญามาประกอบการสนับสนุนเงินทุนแก่ธุรกิจได้อย่างไร การหารือครั้งนี้เป็นโอกาสให้ประเทศไทยแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์กับองค์กรระหว่างประเทศเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน และแนวทางพัฒนาระบบการเงินให้รองรับธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ซึ่งเป็นอีกมิติหนึ่งของการเพิ่มโอกาสเข้าถึงเงินทุน นอกเหนือจากการใช้หลักประกันแบบดั้งเดิม โดยผลการหารือจะเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปประกอบการพิจารณาแนวทางส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการไทยในอนาคต วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 15.30&ndash;16.30 น. นายเอกนิติจะเข้าร่วมเสวนาบนเวทีดีเบตระดับโลก &ldquo;IMF Flagship Global Debate: เปิดวงถกโจทย์ใหญ่ อนาคตเศรษฐกิจโลก&rdquo; ร่วมกับ คริสตาลินา จอร์จีวา ผู้จัดการ IMF คีเรียคอส ปิแอร์ราคคิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและการคลังแห่งกรีซและประธานกลุ่มยูโรกรุ๊ป อาลิโก ดันโกเต ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Dangote Group และแดนนี่ กวา ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จาก Lee Kuan Yew School of Public Policy ซึ่งถือเป็นเวทีระดับ Flagship ในการเปิดวงถกประเด็นท้าทายสำคัญระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้สาธารณะ ความผันผวนด้านพลังงาน รวมถึงการดิสรัปชันทางเทคโนโลยีจากปัญญาประดิษฐ์ (AI) วันที่ 17 ตุลาคม 2569 เวลา 14.30&ndash;15.30 น. นายเอกนิติจะขึ้นเวทีสรุป &ldquo;Bangkok Dialogue Notes: ประชุมจบ แต่แนวคิดต้องไปต่อ&rdquo; โดยเวทีนี้มีความสำคัญในการนำเสนอบทสรุปสาระสำคัญที่ประเทศไทยได้สื่อสารต่อประชาคมโลกตลอดการประชุม พร้อมทั้งผลักดันประเด็นเชิงนโยบายเพื่อชวนนานาประเทศสานต่อ ในฐานะที่ไทยทำหน้าที่เป็น &quot;trusted connector&quot; หรือตัวเชื่อมโยงที่ได้รับความไว้วางใจจากนานาชาติต่อไปในอนาคต นอกเหนือจากเวทีเสวนาหลักแล้ว อีกหนึ่งภารกิจสำคัญของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคือการเข้าร่วมประชุมทวิภาคี (Bilateral Meetings) รวม 30 นัดหมาย ร่วมกับผู้นำทางเศรษฐกิจและตัวแทนสถาบันการเงินระหว่างประเทศ เพื่อกระชับความร่วมมือ เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ แลกเปลี่ยนนโยบายรับมือวิกฤต ตลอดจนเปิดช่องทางต่อยอดโอกาสด้านการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจ อันจะเป็นการใช้โอกาสจากเวทีระดับนานาชาติต่าง ๆ ในการสร้างเครือข่ายและเชื่อมโยงประเทศไทยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/202610125aaa894ec1189a4bb8c5c4d4d116a661082007.jpg' type='image/jpg' length='127461' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“แรงงาน ศึกษาฯ คมนาคม พาณิชย์” เร่งบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัย ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ซ่อมรถ ฟื้นฟูบ้าน ลดค่าครองชีพ]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2978/iid/550103</link>
<guid isPermaLink="false">68fb2284a13630855b996ed7786ec429</guid>
<pubDate>Mon, 12 Oct 2026 08:18:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; รัฐบาลบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย โดย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดส่งทีมช่างเทคนิคผ่านโครงการ &ldquo;ศูนย์ซ่อมสร้างสุข&rdquo; นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) นำกำลังบุคลากรและทักษะวิชาชีพของอาชีวศึกษาเข้าช่วยเหลือผ่านศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน หรือ Fix it Center และกิจกรรม Fix it&ndash;จิตอาสา&nbsp;เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนและลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ทั้งซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้ารถจักรยานยนต์และรถยนต์ เครื่องมือการเกษตร โดยให้ช่วยเหลือประชาชนจนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมในทุกพื้นที่จะสิ้นสุดและเข้าสู่ภาวะปกติ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดศูนย์ &ldquo;คมนาคมร่วมใจช่วยรถน้ำท่วม&rdquo; ให้มีบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี และซ่อมฟรี จัดส่วนลดค่าอะไหล่ 30% ค่าแรงสูงสุด 40% กรมการขนส่งทางบก อำนวยความสะดวกกรณีแผ่นป้ายทะเบียนรถหรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีสูญหาย/ชำรุด สามารถขอรับทดแทนได้ที่สำนักงานขนส่งทั่วประเทศ โดยไม่ต้องนำใบคู่มือจดทะเบียนรถฉบับจริงมาแสดง สามารถใช้สำเนาแทนได้ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 และขยายระยะเวลาการดำเนินการด้านทะเบียนและภาษีรถ ด้านใบอนุญาตขับรถ ในจังหวัดที่ประสบอุทกภัย ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้กรมการค้าภายใน จัดรถ Mobile นำสินค้าอุปโภคบริโภคและอุปกรณ์ทำความสะอาดลงพื้นที่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมาจำหน่ายในราคาประหยัด พื้นที่กรุงเทพมหานคร ถึงวันที่ 18 ตุลาคม 2569 และเตรียมขยายการจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดภายใต้โครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย ลดค่าครองชีพ&rdquo; นำร่อง 3 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2569 รวม 3,036 ครั้งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เพื่อเพิ่มช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาประหยัดอย่างต่อเนื่อง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/2026101273376482d6b59caf5f5e71d822c4716d081854.jpg' type='image/jpg' length='207386' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทยพร้อมเปิดประตูสู่อนาคตทางเศรษฐกิจ บนเวที IMF–World Bank 2026 เปิดชมผ่านออนไลน์ 12 ต.ค. AI-การจ้างงาน-โอกาสเข้าถึงแหล่งทุนของ SMEs]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2978/iid/549934</link>
<guid isPermaLink="false">fa6b4f66ba78431843c5a0526d7eefb3</guid>
<pubDate>Sun, 11 Oct 2026 08:03:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค. 2569 ประเทศไทยจะเปิดบ้านต้อนรับผู้นำด้านเศรษฐกิจและการเงิน ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ซึ่งเปรียบเสมือนการยกสำนักงานใหญ่ของ IMF และ World Bank จากกรุงวอชิงตัน ดีซี มายังประเทศไทย การจัดงานในครั้งนี้ รัฐบาลไทยไม่เพียงจัดเตรียมความพร้อมด้านสถานที่และโครงสร้างพื้นฐาน เทียบเท่ามาตรฐานสากลระดับสูงสุดเท่านั้น แต่ยังได้หลอมรวมความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ตลอดจนผสานอัตลักษณ์และวัฒนธรรมอันโดดเด่นของไทย ทั้งมิตรภาพ ความอบอุ่น และความพิถีพิถันแบบ Thai Hospitality ในทุกมิติของการต้อนรับ เพื่อสร้างความประทับใจและตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยบนเวทีโลก ล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานมาแล้วกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ สะท้อนถึงความไว้วางใจของประชาคมโลก ในการเดินทางมาร่วมหารือเพื่อกำหนดทิศทางเศรษฐกิจโลก ณ ประเทศไทย การประชุมในครั้งนี้ นอกจากจะสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยทันทีประมาณ 1,050 &ndash; 2,250 ล้านบาท จากประมาณการผู้เข้าร่วมงานกว่า 15,000 คน ซึ่งมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 7&ndash;10 วัน และมีอัตราการใช้จ่ายเฉลี่ย 10,000 &ndash; 15,000 บาทต่อคนต่อวัน ผ่านการใช้จ่ายของผู้เข้าร่วมงานในภาคการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และสินค้าชุมชนอย่างทั่วถึงแล้ว ยังเป็นการเปิดประตูสู่อนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านการแสดงศักยภาพการเป็นศูนย์กลางการลงทุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยรัฐบาลจะใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด และสิทธิประโยชน์การลงทุน เพื่อดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายสำคัญ อาทิ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งจะกลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน อีกทั้งรัฐบาลเตรียมนำเสนอประสบการณ์การพัฒนาการเงินดิจิทัลของประเทศไทย ภายใต้แนวคิดการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง (Safe and Inclusive Digital Finance) โดยนำแอปพลิเคชัน &ldquo;เป๋าตัง&rdquo; โครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส&rdquo; และ AI &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; บนแอปพลิเคชัน &ldquo;ถุงเงิน&rdquo; เป็นตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีช่วยประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อแลกเปลี่ยนภายใต้กรอบ Bangkok Blueprint ในการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินและแหล่งทุน ควบคู่กับการยกระดับความปลอดภัยทางการเงินดิจิทัล ทั้งการป้องกันภัยทุจริตและภัยไซเบอร์ ตามแนวทางที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญ สำหรับโครงการ &ldquo;ไทยช่วยไทย พลัส&rdquo; ใช้ระบบ G-Wallet บนแอปเป๋าตังรองรับมาตรการร่วมจ่าย 60/40 ช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายในร้านค้ารายย่อย ขณะที่ AI &ldquo;นกกระซิบ&rdquo; บนแอปถุงเงิน ช่วยวิเคราะห์ยอดขาย พฤติกรรมลูกค้า ต้นทุน และแนวโน้มธุรกิจ เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้านำข้อมูลไปวางแผนและบริหารกิจการได้ดีขึ้น โดยเป็นการใช้ AI เสริมศักยภาพคนทำงาน ไม่ใช่ทดแทนผู้ประกอบการ นอกจากนี้ ข้อมูลยอดขายจริงจากแอปถุงเงินยังสามารถนำไปประกอบการพิจารณาสินเชื่อ เพิ่มโอกาสให้ผู้ค้ารายย่อยที่ไม่มีสลิปเงินเดือนหรืองบการเงินแบบบริษัทแสดงศักยภาพทางธุรกิจได้ชัดเจนขึ้น รัฐบาลต้องการให้เทคโนโลยีและ AI เป็นเครื่องมือสร้างโอกาส ไม่ใช่ข้อจำกัดของคนทำงาน โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการรายย่อยที่สามารถใช้ข้อมูลช่วยบริหารธุรกิจและเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนได้ การนำประสบการณ์ของไทยไปนำเสนอบนเวที IMF&ndash;World Bank ครั้งนี้ จึงสะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัย ทั่วถึง และช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานราก นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน ยังเดินหน้าหารือความร่วมมือกับธนาคารโลก (World Bank) เพื่อพัฒนาทักษะและเพิ่มโอกาสการมีงานทำของคนไทย พร้อมวางรากฐานระบบแรงงานที่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจและสังคมสูงวัย โดยมุ่งให้ความร่วมมือทางวิชาการนำไปสู่ประโยชน์ต่อคนทำงานและครอบครัวอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมการพัฒนาทักษะสำหรับอุตสาหกรรมอนาคต การใช้ข้อมูลเชื่อมโยงคนกับงาน การบริหารกองทุนประกันสังคม การขยายโอกาสทำงานต่างประเทศ และการช่วยเหลือผู้หลุดออกจากระบบการศึกษา สำหรับประชาชน ประโยชน์ที่มุ่งหวังคือการมีทางเลือกในการประกอบอาชีพมากขึ้น สามารถพัฒนาทักษะให้ตรงกับงานที่ตลาดต้องการ และเพิ่มโอกาสเข้าถึงงานที่มีรายได้เหมาะสม ขณะที่การพัฒนาฐานข้อมูลแรงงานจะช่วยสนับสนุนการจับคู่งานให้สอดคล้องกับความสามารถของผู้สมัคร และช่วยให้ภาครัฐวางแผนรับมือความเปลี่ยนแปลงด้านการจ้างงานได้ตรงจุดยิ่งขึ้นในด้านความมั่นคงระยะยาว การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เรื่องการลงทุนและการบริหารความเสี่ยงมีเป้าหมายเพื่อเสริมความยั่งยืนของกองทุนประกันสังคม ส่วนผู้ที่ต้องการทำงานต่างประเทศจะได้ประโยชน์จากแนวทางพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดสากล รวมถึงผู้ที่หลุดออกจากระบบการศึกษาซึ่งควรมีโอกาสกลับมาเรียนรู้ ฝึกอาชีพ และสร้างรายได้เลี้ยงตนเอง ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และต่อยอดความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา โดยในมิติแรงงาน เป้าหมายสำคัญคือการเชื่อมความร่วมมือระดับโลกให้มาถึงชีวิตประชาชน ผ่านการพัฒนาทักษะ การเพิ่มโอกาสเข้าถึงงานที่มีคุณภาพ และการสร้างความมั่นคงให้คนทำงานไทยในระยะยาว สิ่งที่รัฐบาลมุ่งหวังคือให้คนไทยมองเห็นเส้นทางอาชีพของตนเองชัดขึ้น รู้ว่าจะพัฒนาทักษะอย่างไรเพื่อเข้าถึงงานที่ดี และมีหลักประกันสำหรับอนาคต ความร่วมมือกับธนาคารโลกจึงเป็นการนำองค์ความรู้และประสบการณ์มาช่วยออกแบบแนวทางที่ตอบโจทย์ชีวิตคนทำงานไทยโดยประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบการ สามารถรับชมกิจกรรมที่เปิดถ่ายทอดสดผ่านเว็บไซต์ World Bank Live ได้ฟรี โดยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนรับชม และไม่ต้องเดินทางมายังสถานที่จัดประชุม ในวันที่&nbsp;12 ตุลาคม 2569 ได้แก่ เวที &ldquo;Small AI: More and Better Jobs&rdquo; เวลา 10.00&ndash;11.10 น. ซึ่งจะหารือการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่เข้าถึงได้และมีต้นทุนเหมาะสม มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและสร้างโอกาสการจ้างงาน โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อยู่ในรายชื่อ ผู้ร่วมกิจกรรม และกิจกรรมเวทีภาคประชาสังคม &ldquo;Civil Society Townhall&rdquo; เวลา 13.00&ndash;14.00 น. นายอเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก ร่วมกับผู้บริหารระดับสูง จะนำเสนอความคืบหน้าการดำเนินงานขององค์กรและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับตัวแทนภาคประชาสังคม พร้อมเปิดรับคำถามทั้งจากผู้เข้าร่วมในสถานที่และผู้ชมทางออนไลน์ และในวันที่ 13 ตุลาคม เวลา 11.30&ndash;12.30 น. จะมีเวที &ldquo;MSME Finance: Leveraging Data for Jobs&rdquo; หารือการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs โดยมีนางขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธนาคารกสิกรไทย อยู่ในรายชื่อผู้ร่วมเสวนา รัฐบาลต้องการให้ประชาชนทุกกลุ่มมีโอกาสเข้าถึงองค์ความรู้และแนวคิดจากเวทีเศรษฐกิจระดับโลก แม้ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง โดยเฉพาะเรื่อง AI อนาคตการทำงาน และการเข้าถึงแหล่งทุนของผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการพัฒนาเศรษฐกิจและโอกาสของคนไทย ผู้สนใจสามารถติดตามการถ่ายทอดสด และวิดีโอย้อนหลังได้ที่ live.worldbank.org สำหรับภายในงานยังมีอีกหนึ่งจุดสำคัญคือการจัดแสดงนิทรรศการ &ldquo;Thailand Pavilion&rdquo; ซึ่งแบ่งเนื้อหานิทรรศการออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่&nbsp;โซนที่ 1 Digital Public Infrastructure นำเสนอความก้าวหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย เช่น PromptPay และระบบชำระเงินผ่าน QR ข้ามพรมแดน รวมถึงการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้ร้านค้าชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินและโอกาสทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น&nbsp;โซนที่ 2 Climate Resilience นำเสนอแนวทางการรับมือกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตั้งแต่การบริหารจัดการน้ำท่วม การใช้แผนที่ข้อมูลเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการพัฒนาเมืองและชุมชนคาร์บอนต่ำ โซนที่ 3 Longevity นำเสนอระบบสุขภาพและเศรษฐกิจสุขภาวะของไทย ตั้งแต่ระบบหลักประกันสุขภาพ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาหารเพื่อสุขภาพ เครื่องสำอางชีวภาพ นวดไทย การแพทย์แม่นยำและอุตสาหกรรม Wellness</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/2026101190fad0819b950b8627483f779e967087080318.jpg' type='image/jpg' length='145556' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ สั่งผู้ว่าฯ 14 จังหวัดภาคใต้ เตรียมรับมืออุทกภัยจากฝนตกหนัก ย้ำ ประชาชนต้องปลอดภัย แจ้งเตือนเข้าใจง่ายปฏิบัติตามได้ทันที]]></title>
<link>https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2978/iid/549933</link>
<guid isPermaLink="false">d64e06de08aedffeb30f3b723ff5895d</guid>
<pubDate>Sun, 11 Oct 2026 08:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้กระทรวงคมนาคมเร่งซ่อมแซมและเปิดเส้นทางสัญจร ขนย้ายขยะและยานพาหนะหลังน้ำลด สำหรับพื้นที่ที่ยังมีน้ำท่วมขัง ให้เร่งระบายน้ำ สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักต่อเนื่องถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล เน้นย้ำว่า ทุกพื้นที่ต้องได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง เตรียมการอพยพ การดูแลกลุ่มเปราะบาง มีปัจจัย 4 ครบถ้วน เน้นความปลอดภัยของประชาชน การแจ้งเตือนประชาชนใช้ภาษาเข้าใจง่ายและปฏิบัติตามได้ทันที ศูนย์พักพิงต้องมีมาตรฐาน มีห้องน้ำที่ถูกสุขลักษณะ กระทรวงสาธารณสุขเตรียมความพร้อมแยกคนป่วยตามประเภทไปยังสถานพยาบาล มีแผนการส่งต่อเมื่อสถานพยาบาลได้รับผลกระทบ กระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่นำกำลังบุคลากรและนักศึกษาวิชาชีพช่างและคหกรรมไปร่วมสนับสนุนศูนย์พักพิง รวมถึงการซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าของประชาชน และเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้ทุกช่องทางประชาสัมพันธ์เรื่องกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติให้ประชาชนรับทราบ ซึ่งเริ่มมีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 สำหรับประชาชน 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ หากเกิดภัยให้จังหวัดประกาศพื้นที่ประสบภัยและแจ้ง ปภ. เพื่อเร่งสำรวจและยืนยันข้อมูลประกอบการเบิกจ่ายตามกรมธรรม์ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ครัวเรือนละ 9,000 บาท โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานยอดโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามมติคณะรัฐมนตรีแล้ว รวม 75,326 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 31 จังหวัด พร้อมเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากอุทกภัย 5 ราย รายละ 2 ล้านบาท เป็นเงิน 10 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 650.874 ล้านบาท</p>
]]></description>
<enclosure url='https://radiophitsanulok.prd.go.th/th/file/get/file/202610112d213499ae5294d5905144692b911251080116.jpg' type='image/jpg' length='152311' />
</item>
</channel>
</rss>
