นายกฯ ยกระดับการดูแลประชาชนประกันภัยพิบัติ น้ำท่วม–วาตภัย–แผ่นดินไหว 30 ล้านครัวเรือน 1 ต.ค. 69 - 1 ต.ค. 70

          นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยต่อเนื่องพร้อมกำชับทุกหน่วยงานให้ความสำคัญสูงสุดกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยจัดลำดับพื้นที่ช่วยเหลือตามระดับความเดือดร้อน จัดทีมเข้าถึงชุมชนที่ถูกตัดขาด ใช้หลัก “หนึ่งพื้นที่ หนึ่งข้อมูล” และเตรียมกำลังพล เครื่องสูบน้ำ เรือ รถกู้ภัย และเครื่องจักรให้พร้อมเคลื่อนย้ายข้ามจังหวัด รวมทั้งเตรียมรับฝนระลอกใหม่ช่วงวันที่ 4–5 ตุลาคม 2569 ให้เร่งแจ้งเตือนประชาชนตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา ป่าสัก ท่าจีน และแม่กลอง เพื่อเตรียมอพยพและเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน นอกจากนี้ยังได้ Kick off “โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน” โดยภาครัฐจัดซื้อประกันภัยครอบคลุม 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ คุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569–1 ตุลาคม 2570 และมีการต่อประกันภัยทุกปี จากภัยพิบัติ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว คุ้มครองที่อยู่อาศัยสูงสุด 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน กรณีน้ำล้อมเกิน 7 วัน รับค่าชดเชย 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน และคุ้มครองชีวิตจากอุบัติเหตุ 2,000,000 บาทต่อคน พร้อมกำชับฝ่ายปกครองทุกระดับเร่งประชาสัมพันธ์สิทธิและเงื่อนไขให้ประชาชนเข้าใจและเข้าถึงประโยชน์จากโครงการอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ยังได้เปิดระบบลงทะเบียนขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่มีที่อยู่อาศัยประจำได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในช่วงวันที่ 15 พฤษภาคม–30 กันยายน 2569 ครอบคลุม 65 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร โดยเปิดลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป หรือยื่นคำร้องที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และสำนักงานเขตในพื้นที่ กทม. โดยหลักเกณฑ์ครอบคลุม 4 กรณี ได้แก่ 1. ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมไม่เกิน 7 วันและทรัพย์สินเสียหาย 2. น้ำท่วมติดต่อกันเกิน 7 วัน 3. ถูกน้ำล้อมจนดำรงชีวิตตามปกติไม่ได้เกิน 7 วัน และ 4. ผู้พักอาศัยในอาคารสูงที่แม้น้ำไม่ถึงชั้นพักแต่ไม่สามารถดำรงชีวิตตามปกติได้เกิน 7 วัน โดยผู้ขอรับความช่วยเหลือต้องอยู่ในพื้นที่ประกาศเขตประสบสาธารณภัยหรือเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และได้รับความช่วยเหลือ 1 ครั้งต่อ 1 หลังคาเรือน ครอบคลุมทั้งบ้านมีทะเบียนบ้าน บ้านเช่า และที่อยู่อาศัยประจำอื่น ๆ แม้ไม่มีทะเบียนบ้าน


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar