นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและการระบายน้ำคลองเปรมประชากรบริเวณชุมชนร่วมพัฒนา เขตหลักสี่ เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เพื่อแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัย พร้อมทั้งสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำชับส่วนราชการและนายอำเภอลงพื้นที่ตรวจตราติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อสำรวจความเป็นอยู่และความเดือดร้อนของประชาชนถึงระดับหมู่บ้าน ระดมสรรพกำลัง ทรัพยากร เครื่องจักรกล และยานพาหนะ หากจังหวัดใดเกิดภัยพิบัติหรืออุทกภัย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย หากต้องขอขยายวงเงินทดรองราชการ ให้รีบแจ้งมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเน้นให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นลำดับแรก การแจกจ่ายอาหารกล่องจะต้องมีคุณภาพดี ปริมาณเพียงพอ การแจ้งเตือนภัย (Cell Broadcast) ข้อความแจ้งเตือนต้องมีความกระชับ เข้าใจง่าย และสื่อสารตรงไปตรงมาว่าพื้นที่ใดมีน้ำท่วมและประชาชนต้องเตรียมตัวอย่างไร ด้านการเยียวยา ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเร่งประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด สำรวจความเสียหายและเยียวยาโดยเร็วที่สุด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 จะมีระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติมาเป็นกลไกการจ่ายเงินเยียวยา ให้กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยเร่งเตรียมการประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) เพื่อพิจารณาสถานการณ์น้ำท่วมและให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหาและรับมือสถานการณ์ ให้ความช่วยเหลือต่อเนื่องในทุกพื้นที่ ให้สถานที่ราชการทุกแห่งจัดสถานที่เพื่อให้ประชาชนนำยานพาหนะเข้ามาจอดได้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นแนวทางเดียวกัน และเห็นชอบให้วันที่ 28–29 กันยายน 2569 เป็นวันหยุดราชการกรณีพิเศษ เฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดสมุทรปราการ