กว่า 30 ปี ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เป็นแลนด์มาร์คสำคัญของไทยและเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านอุตสาหกรรม MICE (Meetings, Incentives, Conventions and Exhibitions) หรือธุรกิจการประชุมและการจัดนิทรรศการระดับโลก ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2532 จากวิสัยทัศน์ของประเทศ ที่มีจุดเริ่มต้นสำคัญจากการที่ไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก หรือ International Monetary Fund and World Bank Group Annual Meetings ครั้งที่ 46 ในปี 2534 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานพระนามให้ใช้เป็นชื่อศูนย์การประชุม การประชุมครั้งนั้น มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 10,000 คน จากทั่วโลก ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของประเทศไทย นับเป็นบทพิสูจน์ศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก พร้อมทั้งเป็นที่รู้จักในฐานะจุดหมายที่น่าสนใจในการท่องเที่ยวและการลงทุน หลังจากนั้น ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทำหน้าที่เสมือน “ห้องรับแขกของประเทศ” สำหรับจัดงานสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนเข้ารับการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 2562 และเปิดให้บริการอีกครั้งในปี 2565 ยกระดับสู่การเป็นสถานที่จัดงานระดับโลกภายใต้แนวคิด “The Ultimate Inspiring World Class Event Platform for All” หรือ “ที่สุดของอิเวนต์แพลตฟอร์ม” พื้นที่ใหญ่กว่าเดิมถึง 5 เท่า ควบคู่กับการออกแบบที่ผสมผสานมาตรฐานสากลเข้ากับอัตลักษณ์ไทย ภายใต้แนวคิด “สืบสาน รักษา ต่อยอด” ในปี 2569 ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 2026 International Monetary Fund and World Bank Group Annual Meetings ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่สำคัญนี้ โดยศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้เป็นสถานที่จัดการประชุมเป็นครั้งที่ 2 เช่นกัน ด้วยความโดดเด่นและสมบูรณ์แบบ ทั้งโครงสร้างพื้นฐานพื้นที่รวมกว่า 300,000 ตารางเมตร สถาปัตยกรรมและภูมิสถาปัตยกรรมทั้งภายในและภายนอก ผสมผสานทั้งความเป็นไทยและสากลไว้อย่างลงตัว ทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีร้านค้า ร้านอาหาร ระดับพรีเมียมรองรับผู้ใช้บริการได้ทุกกลุ่ม เทคโนโลยีทันสมัย โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและการจัดการโลจิสติกส์ เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างสนามบิน โรงแรมหลักของกรุงเทพมหานคร และศูนย์ประชุมได้อย่างสะดวกด้วยโครงข่ายรถไฟฟ้าบนดินและใต้ดิน ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้เตรียมความพร้อมรอบด้าน ทำงานร่วมกับกระทรวงการคลังในฐานะเจ้าภาพการจัดงานและได้รับการสนับสนุนจากธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างใกล้ชิด ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบเทคโนโลยี การบริหารจัดการจราจร และระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อเนรมิตให้การประชุมครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ ประสบความสำเร็จ และที่สำคัญคือสร้างการจดจำและความประทับใจ แก่ผู้เข้าร่วมการประชุมที่คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศทั่วโลก ตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรม MICE ระดับโลก สะท้อนถึงความสำคัญของสถานที่ หรือศูนย์การประชุมในประเทศไทย ยกระดับมาตรฐานและพัฒนาอุตสาหกรรม MICE ของไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีนานาชาติ ช่วยสร้างงาน กระจายรายได้ไปยังทุกภาคส่วนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ