นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 58 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–20 กันยายน 2569 โดยระบุว่า อาเซียนยังมีการเติบโตทางเศรษฐกิจ แม้ต้องเผชิญมาตรการด้านภาษี ความผันผวนของราคาพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จึงให้ความสำคัญกับการเสริมความร่วมมือด้านพลังงานและอาหาร โดยไทยมองว่าอาเซียนมีศักยภาพเป็นฐานผลิตอาหารและสินค้าเกษตรมูลค่าสูงของโลก และเสนอการสร้างกลไกเชื่อมโยงภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการผลิต เพื่อเสริมความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทานอาหารในภูมิภาค ซึ่งในปีนี้ อาเซียนมีผลงานสำคัญด้านเศรษฐกิจกว่า 30 เรื่อง ทั้งการจัดทำร่างกรอบยุทธศาสตร์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ การสรุปผลการเจรจาความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) การเร่งรัดการบังคับใช้ Upgraded ATIGA ตลอดจนการเร่งสรุปการเจรจาความตกลงการค้าสินค้าอาเซียน–อินเดีย และความตกลงการค้าเสรีอาเซียน–แคนาดา เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่อุปทานของอาเซียน โดยเตรียมเสนอผลลัพธ์ต่อผู้นำอาเซียน ในเดือนพฤศจิกายน 2569 อีกทั้ง ได้ร่วมวางแผนงานของอาเซียนกับ 14 คู่เจรจา มุ่งขยายความร่วมมือในสาขาศักยภาพใหม่ๆ รวมถึงการร่วมลงนามพิธีสารฉบับที่ 1 เพื่อแก้ไขความตกลงด้านการลงทุนอาเซียน–ฮ่องกง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและอำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน ขณะเดียวกัน ยังเดินหน้าส่งเสริมการค้ากับประเทศในภูมิภาคอาเซียน เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือภายใต้กรอบหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน ผลักดันเป้าหมายการค้าระหว่างไทย–เวียดนามให้ถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของไทยในเดือนกรกฎาคม 2569 มีมูลค่ารวม 212,314 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 27.9 โดยการค้าชายแดนไทย–มาเลเซีย และไทย–สปป.ลาว ขยายตัวสูง และการค้าผ่านแดนไปสิงคโปร์ขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสทั้งด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว