“ทส. - อว.” ผนึกกำลังนำวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ฟื้นฟูทะเลไทย อนุรักษ์พะยูน โลมาอิรวดี

           นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมลงนามแสดงเจตจำนงว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และมุ่งสู่ธรรมชาติเชิงบวก (Nature Positive) เนื่องจากปัจจุบันวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อมส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ สัตว์ทะเลหายากในประเทศไทยที่เข้าสู่ภาวะน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยข้อมูลสำรวจล่าสุดของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พบว่า ประชากร “พะยูน” ในธรรมชาติของไทยเหลืออยู่เพียงประมาณ 270–280 ตัว (ฝั่งอันดามันราว 240–250 ตัว และฝั่งอ่าวไทยราว 30 ตัว) ซ้ำยังเผชิญวิกฤตแหล่งหญ้าทะเลเสื่อมโทรมเสียหายสะสมกว่า 10,000 ไร่ จนพะยูนขาดแคลนอาหาร ย้ายถิ่น และมีสถิติเกยตื้นตายสูงผิดปกติถึงเกือบ 30 ตัวต่อปี ขณะที่ “โลมาอิรวดี” น้ำจืดในทะเลสาบสงขลา อยู่ในภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์ขั้นวิกฤต (Critically Endangered) เหลือประชากรในธรรมชาติเพียง 14 ตัวสุดท้าย เท่านั้น ประกอบกับปัญหาการเกิดปรากฏการณ์น้ำเปลี่ยนสี (ยูโทรฟิเคชัน/แพลงก์ตอนบลูม) และผลกระทบจากการท่องเที่ยวทางทะเลเกินขีดความสามารถในการรองรับของระบบนิเวศ (Carrying Capacity) รัฐบาลจึงบูรณาการเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ขับเคลื่อนแผนเร่งด่วนใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ 1) อนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ เช่น พะยูนและโลมาอิรวดี พร้อมฟื้นฟูระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา 2) ดูแลและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทางทะเล ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีเฝ้าระวัง ป้องกัน และจัดการปัญหา เช่น ระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยปัญหายูโทรฟิเคชัน 3) ลดผลกระทบจากการท่องเที่ยวทางทะเลและใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างสมดุล ผ่านการวิจัยและพัฒนาแนวทางจัดการเรือท่องเที่ยว การกำหนดเขตการใช้ประโยชน์ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงขีดความสามารถในการรองรับของระบบนิเวศ ควบคู่การใช้เทคโนโลยีตรวจ eDNA และกลไก Nature Finance ขยายผลสู่การสร้างรายได้คาร์บอนเครดิตกลับคืนสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar