คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอ เนื่องจากพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน ไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน จึงปรับปรุงให้การคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวมีประสิทธิภาพ โดยแก้ไขบทนิยาม “ความรุนแรงในครอบครัว” ให้ครอบคลุมถึงการก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยหรือความกลัวจนไม่สามารถดำเนินชีวิตได้ปกติ “บุคคลในครอบครัว” ให้ครอบคลุมถึงอดีตคู่สมรสและผู้ที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนเดียวกัน กำหนดให้ความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัว เป็นความผิดที่ไม่สามารถยอมความได้ กำหนดมาตรการคุ้มครองก่อนเกิดเหตุ เพื่อให้ผู้จะถูกกระทำได้รับความปลอดภัยและระงับการเกิดเหตุความรุนแรงได้ และคุ้มครองผู้แจ้งเหตุโดยสุจริตไม่ให้ต้องรับผิดทางกฎหมาย ปรับเพิ่มโทษ กรณีกระทำความผิดฐานกระทำความรุนแรงในครอบครัว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกำหนดบทลงโทษหนักขึ้น หากกระทำต่อเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือถ้าเป็นการกระทำความผิดซ้ำภายในเวลา 3 ปีนับแต่วันที่ได้กระทำความผิดครั้งก่อน พร้อมทั้งกำหนดเหตุบรรเทาโทษกรณีผู้กระทำผิดเป็นผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวมาอย่างต่อเนื่องจนเกิดภาวะพิเศษทางจิตใจอันควรได้รับความปรานี โดยข้อมูลปี 2568 ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน พบเหตุมากกว่า 2,000 เคส ในจำนวนนี้ประมาณ 20% เกิดจากการใช้อารมณ์และความโกรธจนทำร้ายกัน ขณะที่มากกว่า 20% มีความเกี่ยวข้องกับการใช้ยาเสพติด สะท้อนว่าความรุนแรงในครอบครัวไม่ใช่เพียงปัญหาภายในบ้าน แต่เชื่อมโยงกับปัจจัยทางสังคม ร่างพระราชบัญญัตินี้มีเป้าหมายสำคัญ คือ “คุ้มครองผู้ถูกกระทำ ป้องกันความรุนแรง ลดการเกิดเหตุซ้ำ และสร้างระบบช่วยเหลือที่รวดเร็วและเป็นธรรม” เพื่อให้ครอบครัวและสังคมไทยมีความปลอดภัยและเข้มแข็งยิ่งขึ้น ลดปัญหาอาชญากรรม และทำให้ “บ้าน” เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว