นายกฯ เดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ “พิพัฒน์” ยืนยันคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ลงพื้นที่ ชุมพร - ระนอง รับฟังความเห็นประชาชน 8 พ.ค. นี้

          โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย-อันดามัน หรือ แลนด์บริดจ์ เป็นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เพื่อเชื่อมโยงท่าเรือน้ำลึกระหว่างจังหวัดระนองและชุมพร ด้วยทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) และรถไฟทางคู่ ระยะทาง 89.35 กิโลเมตร รวมถึงท่อขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน วงเงินประมาณ 1 ล้านล้านบาท มีเป้าหมายเปิดให้บริการในปี 2573 และพัฒนาเต็มรูปแบบภายในปี 2582 เมื่อโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จจะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค ลดระยะ เวลาการขนส่งทางทะเล เพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) เชื่อมโยงกับโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) คาดว่าจะช่วยเพิ่ม GDP ภาคใต้ได้ จาก 2% เป็น 10% ต่อเนื่องอย่างน้อย 10 ปี รวมถึงสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว เกิดการจ้างงานกว่า 2.8 แสนตำแหน่ง และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเรื่องการขนส่งน้ำมัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ต่อคณะรัฐมนตรีภายในเดือนมิถุนายน 2569 และเร่งจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA/EHIA) ให้แล้วเสร็จภายในปี 2570 เพื่อเปิดประมูลผู้ลงทุน และก่อสร้างระยะที่ 1 ภายในปี 2573 โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ ให้เกิดได้จริง เพราะถือเป็นโอกาสการสร้างรายได้ และการจ้างงาน ให้กับประเทศไทย อีกทั้งโครงการนี้ยังได้รับความสนใจจากประเทศสิงคโปร์ จึงเน้นย้ำให้กระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชน ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่า โครงการมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและเป็นโอกาสของประเทศไทย เตรียมลงพื้นที่จังหวัดชุมพรและระนอง ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เพื่อชี้แจงข้อดี ข้อเสีย รายละเอียดจากผลการศึกษาโครงการ การจ้างงาน และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างตรงไปตรงมา


image รูปภาพ
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar