จากข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ทุกหน่วยงานเร่งยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการค้าและการลงทุนของประเทศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงการคลัง พาณิชย์ ยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงเร่งดำเนินการ ส่งผลให้ในรอบ 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 (ตุลาคม 2568 – มีนาคม 2569) จับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 332 คดี ยึดของกลางกว่า 1.3 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 2,300 ล้านบาท โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า รัฐบาลจะไม่ยอมให้ประเทศไทยเป็นแหล่งผลิต แหล่งจำหน่าย แหล่งนำผ่านของสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา พร้อมทั้งจะทำให้ไทยเป็นหมุดหมายการดึงดูดการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศจากทั่วโลก และจะดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าเป็นสมาชิก OECD ที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานเศรษฐกิจไทยให้เทียบเท่าประเทศชั้นนำ เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ และเชื่อมโยงประเทศไทยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกอย่างมีคุณภาพมากขึ้น โดยขอให้ประชาชนทุกคนร่วมเป็นพลังสำคัญในการสร้างระบบเศรษฐกิจ โดยไม่ซื้อ ไม่ใช้ ไม่สนับสนุนสินค้าที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งนี้ยังได้ปรับปรุง แก้ไข กฎระเบียบให้ทันสมัยสอดรับกับรูปแบบการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ได้ดำเนินการเชิงรุกสอดรับกับนโยบาย Trade Plus ของรัฐบาล ที่มุ่งยกระดับมาตรฐานการค้า พัฒนาระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญา และสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใสและเป็นธรรม ร่วมมือกับทุกภาคส่วนเน้นการตัดวงจร ปิดช่องโหว่ ขยายผลถึงต้นตอ บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด สร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนผู้บริโภค พัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ และทำงานร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อระงับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในตลาดออนไลน์ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นประเทศที่มีระบบการคุ้มครองและปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่เข้มแข็งเทียบเท่ามาตรฐานสากล และเป็นหมุดหมายของการค้าการลงทุน