นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เปิดงาน Meet the Press ในหัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” พร้อมระบุว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับ 4 ด้านหลัก ได้แก่ การต่างประเทศ ความมั่นคงทางพลังงาน การควบคุมราคาสินค้า และการลดผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งในช่วง 15 วันแรกของวิกฤต รัฐบาลได้พยุงราคาน้ำมันเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนและให้เวลาประชาชนได้ปรับตัว แต่เมื่อสถานการณ์มีแนวโน้มยืดเยื้อ รัฐบาลจึงต้องปรับมาตรการให้เหมาะสม ยืนยันว่าการหยุดตรึงราคาน้ำมันไม่ได้หมายถึงการลอยตัวเต็มรูปแบบ แต่เป็นการปรับให้สะท้อนกลไกตลาดโลกมากขึ้น ซึ่งรัฐยังคงอุดหนุนผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งนี้ปริมาณน้ำมันสำรองของไทยมีเพียงพอถึง 107 วัน และยังมีเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องไม่ขาดแคลน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันประหยัดพลังงาน และยืนยันว่าในช่วงสงกรานต์ประชาชนสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้ มีน้ำมันเพียงพอ ขอความร่วมมือใช้บริการรถสาธารณะ หรือใช้ carpool ไปด้วยกัน ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่าการลดเงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมจนเป็น “วิกฤตซ้อนวิกฤต” รัฐบาลต้องลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้งดการเดินทางดูงานต่างประเทศทั้งหมด ให้ Work from Home ประหยัดการใช้จ่ายทั้งหมด ทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน เพราะไม่รู้ว่าวิกฤตครั้งนี้จะนานเท่าไหร่ โดยทุกคนต้องปรับตัวเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อ ส่วนการช่วยเหลือ “กลุ่มเปราะบาง” ผ่านมาตรการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะประชุมคณะกรรมการสวัสดิการ แห่งรัฐในวันที่ 30 มีนาคม 2569 เพื่อจัดสรรงบประมาณที่มีจำกัดให้ถึงมือกลุ่มเป้าหมายอย่างคุ้มค่า