จากนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เน้นย้ำให้ความสำคัญกับการสนับสนุนภารกิจกวาดล้างยาเสพติด มุ่งยกระดับขีดความสามารถของหน่วยงานความมั่นคง ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการสืบสวนสอบสวนสมัยใหม่ มาใช้รับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการสร้างกลไกเชิงระบบที่มั่นคงและการบูรณาการที่ไร้รอยต่อ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการให้การปฏิบัติงานเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งที่ประชุมพิจารณาให้มีการแต่งตั้ง “คณะอนุกรรมการด้านการป้องกันยาเสพติด” และ ด้านการรณรงค์สร้างการรับรู้ต่อยาเสพติด เน้นการมีส่วนร่วมจากคนที่อยู่นอกภาคราชการมาช่วยทำงานเพื่อเป็นกลไกหลักในการบูรณาการงานสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย และจากผลงานปี 2568 ถือว่าทุกหน่วยงานได้ร่วมมือกันทำงานอย่างเข้มข้นจนเห็นผลเป็นรูปธรรมโดยเฉพาะด้านการปราบปรามที่สามารถจับกุมคดียาเสพติดได้กว่า 264,216 คดี และยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติดมูลค่าสูงถึง 11,234 ล้านบาท นอกจากนี้ จากผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ยังพบว่าประชาชนมีความพึงพอใจต่อการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดสูงถึงร้อยละ 89.5 แสดงถึงความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการทำงานของรัฐบาลในระดับสูง ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เดินหน้าการปฏิบัติงานปี 2569 เน้นมาตรการเชิงรุกป้องกันผู้เสพหน้าใหม่ พร้อมเปิด “ยุทธการตัดเนื้อร้าย” กวาดล้างและขุดรากถอนโคนเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด ผู้กระทำผิดมีโทษทั้งทางอาญาและวินัยขั้นสูงสุด และยึดทรัพย์สิน เพื่อสร้างความโปร่งใสในระบบราชการและฟื้นฟูความเชื่อมั่นแก่ประชาชน